Views: 1
ทักษะที่ 4 : กระบวนการแก้ปัญหา (Problem Solving Process)
โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ที่ฝ่ายผลิตต้องหยุดสายพานการผลิตเพื่อแก้ไขงานเสีย (Rework) เกือบทุกสัปดาห์ หัวหน้างานเคยชินกับการ “ดับไฟ” จนกลายเป็นกิจวัตรทุกครั้งที่เกิดปัญหา ทีมงานจะรีบซ่อมจุดที่เห็น ปรับตั้งเครื่องใหม่ แล้วเดินหน้าผลิตต่อ ลูกค้าได้สินค้าตรงเวลา ตัวเลข KPI รายวันผ่านเกณฑ์ ทุกคนดูเหมือนทำงานหนักและแก้ปัญหาเก่ง แต่พอผ่านไปแต่ละเดือน ปัญหาเดิมก็กลับมาอีก ในตำแหน่งใกล้เคียงกัน ด้วยอาการเหมือนเดิม
คำถามคือ “เรากำลังแก้ปัญหา หรือ กำลังแค่ซ่อมผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์เฉพาะหน้า?” นี่คือช่องว่างที่แบ่งแยกผู้นำที่บริหารองค์กรแบบวันต่อวันออกจากผู้นำที่สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศได้อย่างยั่งยืน
“องค์กรของคุณ…กำลังแก้ปัญหา หรือกำลังซ่อนปัญหาไว้?”
หลายองค์กรเชื่อว่าตนเองบริหารงานได้ดี เพราะยอดขายยังเติบโต ลูกค้ายังไม่ลด และกำไรยังพอมี
แต่เมื่อถามผู้บริหารว่า
- ปัญหาที่เกิดซ้ำทุกเดือนคืออะไร?
- ใช้งบประมาณเท่าไรกับการแก้ปัญหาเดิม?
- พนักงานใช้เวลาวันละกี่ชั่วโมงไปกับการดับไฟ?
- ปัญหาเกิดจากระบบ หรือเกิดจากคน?
กลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจน…ความจริงที่น่ากังวลคือ
องค์กรจำนวนมากไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่ขาด “ระบบคิดในการแก้ปัญหา”
หลายบริษัทแก้อาการ แต่ไม่เคยรักษาโรค…เมื่อปัญหาเดิมกลับมา ทุกคนก็พูดว่า
“ก็เป็นแบบนี้ทุกปี”…ถ้าองค์กรยังยอมรับคำนี้ได้
นั่นหมายความว่าองค์กรกำลังยอมรับ “ความสูญเปล่า” ให้กลายเป็นเรื่องปกติ
ปัญหาที่ไม่ได้แก้จากสาเหตุรากเหง้า…จะสร้างต้นทุนแอบแฝงที่มองไม่เห็น…เช่น
- พนักงานเหนื่อยกับการแก้ปัญหาเดิม
- ลูกค้าเริ่มไม่มั่นใจ
- ผู้จัดการหมดเวลากับงานเชิงกลยุทธ์
- ผู้บริหารต้องตัดสินใจเรื่องเดิมซ้ำ ๆ
- ทีมงานเริ่มโทษกันแทนที่จะช่วยกันแก้ปัญหา
สุดท้าย…องค์กรไม่ได้ล้มเพราะปัญหาใหญ่
แต่ล้มเพราะ “ปัญหาเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครแก้อย่างถูกวิธี”
ในแนวคิด TQM เชื่อว่า…คุณภาพไม่ได้เกิดจากการตรวจสอบตอนท้าย
แต่เกิดจากการออกแบบกระบวนการให้ปัญหาไม่เกิดตั้งแต่แรก
และหนังสือ คัมภีร์บริหารธุรกิจสู่ความยั่งยืน ก็ชี้ให้เห็นว่า การมีทักษะในการแก้ปัญหาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และทำให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุขมากขึ้น
ผู้นำที่เก่ง ไม่ใช่คนที่แก้ปัญหาเก่งที่สุด
แต่คือคนที่…สร้างระบบให้ทุกคนแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง
กระบวนการแก้ปัญหาที่ดีควรประกอบด้วย 7 ขั้นตอน
- ระบุปัญหาให้ถูกต้อง (Problem Identification)
อย่าเพิ่งรีบหาคำตอบ…ต้องถามก่อนว่า…”ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร”
หลายองค์กรเสียเวลาหลายเดือน…เพราะแก้ปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหา
- เก็บข้อมูลจากข้อเท็จจริง
TQM มีหลักสำคัญคือ…Management by Fact
อย่าตัดสินจากความรู้สึก…แต่ตัดสินจากข้อมูลจริง…เช่น
- KPI
- Defect Rate
- Complaint
- Lead Time
- Cost
- Productivity
- ตั้งเป้าหมายและกำหนดแผนงาน
ระดมสมอง แบ่งหน้าที่กันทำงาน ตั้งเป้าหมาย และกำหนดแผนดำเนินงาน
- วิเคราะห์สาเหตุรากเหง้า (Root Cause Analysis)
เครื่องมือที่นิยม เช่น
- Why-Why Analysis
- Fishbone Diagram
- Pareto Chart
- Process Mapping
- 5W1H
- Check Sheet
- Control Chart
การถาม “ทำไม” ซ้ำ ๆ ทำให้ค้นพบต้นเหตุที่แท้จริง แทนที่จะหยุดอยู่เพียงอาการของปัญหา
- แนวการแก้ปัญหาเชิงป้องกัน (Preventive)
หลายครั้ง…ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คน…แต่อยู่ที่
- ขั้นตอน
- วิธีทำงาน
- การสื่อสาร
- การส่งมอบงาน
- ตัวชี้วัด
- โครงสร้างองค์กร
หนังสือ คัมภีร์บริหารธุรกิจสู่ความยั่งยืน อธิบายว่า การบริหารที่ดีต้องมองความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลของกระบวนการ และใช้การคิดอย่างเป็นระบบตามหลักโยนิโสมนสิการ เพื่อให้ทุกคนคิดและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
- ลงมือแก้ไขและป้องกัน
TQM ไม่ได้หยุดที่การแก้ปัญหา…แต่ต้อง
- ปรับมาตรฐาน
- ปรับกระบวนการ
- สร้างมาตรฐานใหม่
- ถ่ายทอดความรู้
เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมกลับมาอีก
- ติดตามผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง สร้างมาตรฐานใหม่
PDCA…คือหัวใจของการพัฒนา Plan…Do…Check…Act
องค์กรที่ปรับปรุงทุกวัน…จะเติบโตเร็วกว่าองค์กรที่รอให้เกิดวิกฤติก่อน
กรณีศึกษา : บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย
Toyota ใช้แนวคิด…Toyota Production System (TPS)
ร่วมกับ
- Kaizen
- Genchi Genbutsu
- Why-Why Analysis
- Quality Circle
เมื่อเกิดของเสีย…หัวหน้างานจะไม่ถามว่า…”ใครผิด”
แต่จะถามว่า…”กระบวนการไหนผิด”
เมื่อแก้ที่ระบบ…ของเสียลดลง…คุณภาพดีขึ้น
ต้นทุนลดลง…พนักงานมีส่วนร่วมมากขึ้น
นี่คือเหตุผลที่หลายโรงงานในประเทศไทยนำแนวคิด Lean และ TQM ไปประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
กรณีศึกษา SMEs
โรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ พบว่ามีปัญหาสินค้าถูกตีกลับจากลูกค้าอยู่เป็นประจำ ในช่วงแรก ทุกครั้งที่เกิดปัญหา ผู้จัดการจะเรียกประชุมและตำหนิพนักงาน…แต่ปัญหายังคงเกิดซ้ำ
เมื่อเริ่มใช้ Fishbone Diagram และ Why-Why Analysis…จึงพบว่า
สาเหตุจริงไม่ใช่พนักงาน…แต่เกิดจาก
- มาตรฐานการตั้งเครื่องจักรไม่เหมือนกัน
- ไม่มี Work Instruction ที่เป็นมาตรฐาน
- เครื่องมือวัดไม่ได้สอบเทียบตามกำหนด
หลังจากปรับระบบ…อัตราของเสียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ…ลูกค้าร้องเรียนน้อยลง
พนักงานมีความสุขมากขึ้น…เพราะไม่ต้องถูกตำหนิจากปัญหาที่เกิดจากระบบ
ผู้นำในศตวรรษที่ 21…ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่รู้ทุกเรื่อง
แต่ต้องเป็นคนที่…สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้
สร้างระบบการคิด…และสร้างกระบวนการแก้ปัญหาให้เกิดขึ้นทั้งองค์กร
เพราะ…องค์กรที่เก่งที่สุด ไม่ใช่องค์กรที่ไม่มีปัญหา
แต่คือ…องค์กรที่สามารถค้นหาสาเหตุรากเหง้าของปัญหา และเรียนรู้จนไม่ปล่อยให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำ
เมื่อทุกคนเข้าใจปัญหา คิดอย่างเป็นระบบ และใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการวิเคราะห์สาเหตุ องค์กรจะลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณภาพ ลดต้นทุน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานมีความสุข ซึ่งเป็นหัวใจของ TQM และสอดคล้องกับหลักโยนิโสมนสิการที่เน้นการพิจารณาเหตุและผลอย่างเป็นระบบ
ข้อคิดสำหรับผู้นำ
“การแก้ปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่การดับไฟให้เร็วที่สุด แต่คือการค้นหาต้นเหตุของไฟ เพื่อไม่ให้เกิดไฟไหม้ซ้ำอีก เพราะเมื่อปัญหาได้รับการแก้ไขที่สาเหตุรากเหง้า องค์กรจะก้าวสู่ความเป็นเลิศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”
*** องค์กรที่ไม่มีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จะใช้พลังงานทั้งหมดไปกับการวิ่งตามแก้ปัญหาเดิมๆ จนไม่มีแรงเหลือให้ก้าวไปข้างหน้า ที่สำคัญคือจะไม่มีความสุขในการทำงาน ***





